อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ (สถานที่เที่ยว จ. เพชรบูรณ์)

ทางเข้าชม อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

พบกันอีกแล้ว สำหรับคราวนี้ เรามาดูสถานที่เที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์อีกแห่ง ที่หลายๆ คนอยากเห็น วันนี้ผมเอารูปสถานที่เที่ยวแห่งนี้มาฝากครับ ก่อนอื่น เรามาทราบข้อมูล ประวัติความเป็นมาของอนุสรณ์แห่งนี้ก่อนนะครับ รับรองว่า เราจะรู้สึกชื่นชมกับความเสียสละของบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ จริงๆ ครับ

ประวัติความเป็นมา


อนุสรณ์ สถานผู้เสียสละเขาค้อ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดดเด่นด้วยแท่งหินอ่อนรูปทรงสามเหลี่ยม ออกแบบโดย ดร.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา มีความหมายตามขนาดและรูปร่างดังนี้

-รูปทรางสามเหลี่ยม หมายถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง พลเรือน ตำรวจ และทหาร
– ฐานอนุสรณ์สถานกว้าง 11 เมตร หมายถึง พ.ศ.2511 อันเป็นปีเริ่มการปฏิบัติการรุนแรงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่นี้
– ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถาน 24 เมตร หมายถึงพ.ศ. 2524 อันเป็นปีที่เปิดยุทธการครั้งใหญ่
– ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์สถาน 25 เมตร หมายถึงปี 2525 อันเป็นปีสิ้นสุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ
-ความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 เมตร หมายถึงปี 2526 อันเป็นปีเริ่มการก่อสร้างอนุสรณ์สถานผู้เสียสละแห่งนี้

อนุสรณ์ สถานแห่งนี้ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ วันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของประชาชนและข้าราชการทุกฝ่าย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า “ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวิต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก” ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา ให้เป็นวันสมโภช อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้

นอก จากนี้บริเวณด้านข้างของอนุสรณ์ฯ เป็นฐานจำลองการสู้รบ ที่เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีกระสอบทรายบังเกอร์ ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จากการสู้รบกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นอกจากนี้ บริเวณอนุสรณ์สถาน ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อ เนื่องจากตั้งอยู่บนส่วนที่สูงที่สุด สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเนินเขาลูกเล็ก ลูกน้อย ไล่เลียงกันเป็นทะเลภู แลในเช้าวันที่มีทะเลหมอกด้านล่าง ยังสามารถชมทะเลหมอกได้จากจุดชมวิวนี้ได้ด้วย

เครดิต : khaoko.com

มาดูรูปภาพสถานที่เที่ยว อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อกันเลย

ฐานยิงสนับสนุนอิทธิ

ผมกับปืนใครเท่ห์กว่ากันครับ

ซากของ ฮ “เราตายเพื่อชาติอยู่”

แอ็คชั่นหน้า ฮ สักหน่อย

ไม่น้อยน่าพี่เหมือนกัน

ป้อมปืนพระยาตานี

เครื่องบินเล็ก โจมตี

อันนี้น่าจะเป็นปืนครกนะครับ จำไม่ได้แล้ว

ย๊าก ปังๆๆๆๆๆ แอ็คชั่นอีกแล้วผม

เฮลิคอปเตอร์ สำหรับขนส่ง

เหนื่อยครับ ออกมาจากฐานยิงสนับสนุนอิทธิ ที่ลานจอดรถจะมีของขายเยอะแยะ โดยเฉพาะมะขาม

มะขามฝักโตๆ ราคาไม่แพง

มีข้าวใหม่คั่วขายด้วย

ข้าวต้มสีม่วง

ข้าวเหนียวดำ

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับสถานที่เที่ยว จังหวัดเพชรบูรณ์แห่งนี้ ถ้ามีเวลาก็อย่าลืมไปเที่ยวกันนะครับ ไว้ว่างๆ ผมจะเอาแผนที่การเดินทางมาฝากครับ

ถ่ายรูปหน้า ป้ายพระตำหนักเขาค้อกันสักหน่อยครับผม

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ วันนี้ผมอาสาพาเที่ยวอีกแล้ว วันนี้ผมจะพาไปเยี่ยมชมพระตำหนักเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ เพชรบูรณ์ขึ้นชื่อเรื่องมะขามหวานมากๆ แต่สถานที่เที่ยวเอง ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กันนะครับ อย่างเช่น พระตำหนักเขาค้อ ที่ผมจะพาไปชมนี้ หรือไม่ก็อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ก็ดังไม่แพ้กันครับ ไว้คราวหน้าจะพาไปดูปืนที่อนุสรณ์สถานฯ กัน เอาละ ก่อนชมรูปภาพสถานที่เที่ยว มาทราบความเป็นมาของ พระตำหนักเขาค้อกันสักหน่อยนะครับ

ประวัติความเป็นมา (1)

พระตำหนักเขาค้อ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร จัดสร้างโดยบรรดาข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ภายหลังการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ ผกค. สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ ริเริ่มการก่อสร้าง พระตำหนักเขาค้อ ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในวโรกาสที่พระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่เขาค้อ

ภายในพระตำหนักประกอบด้วยอาคารเชื่อต่อกันลักษณะรูปวงแหวน มีเรือนข้าราชบริพารเป็นส่วนเชื่อมต่อกับพระตำหนัก อาคารมีลักษณะโค้ง 2 ชั้น ชั้นบนมี 2 ห้องใหญ่ ซึ่งเป็นห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างประกอบด้วย ห้องพระราชทานเลี้ยง ซึ่งมีห้องครัวอยู่ทางด้านหน้า , ห้องเสวย , ห้องเข้าเฝ้า และห้องโถงใหญ่

นอกจากนั้นชั้นล่างยังเป็นห้องบรรทมของสมเด็จย่า  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี บริเวณด้านหน้าพระตำหนัก มีสวนหย่อม และแปลงไม้ดอกมีลักษณะเป็นวงกลม ณ จุดศูนย์กลางของวงกลมเป็นที่ตั้งของเสาธงมหาราช มีความสูง 60 เมตร ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสฉลองครบพระชนมายุครบรอบ 60  พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้ริเริ่มประสานงานการก่อสร้างคือ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ ผู้ออกแบบ มล.ตรีทศยุทธ เทวกุล วิศวกร  ดร.รชฏ กาญจนวนิชย์ ผู้ก่อสร้าง (พ.ต. ธีรวัฒน์ สวามิวัสดิ์ ผู้ควบคุม) ช.พัน.4  ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 26 ล้านบาท (ไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ) ระยะเวลาในการก่อสร้าง 7 เดือนเศษเปิดเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2528

เครดิต : http://www.khaoko.com นะครับ

เอาละมาดูภาพกันเลยดีกว่า

ภาพหอภายในพระตำหนักฯ

ดอกไม้นานาพรรณ

ทางเดินไปชมภายในพระตำหนักฯ

ดอกกุหลาบงดงาม รายล้อมรอบๆ พระตำหนักฯ

ดอกไม้ริมทางเดิน ไม่ทราบเหมือนกันว่าดอกอะไร

อันนี้น่าจะเป็นต้นคริสมาสต์นะครับ กำลังออกดอกสีสวยสด

แฮ่ๆ สู้ๆ ครับ เดินได้ตลอดไม่เหนื่อย

จุดที่นักเที่ยวมามากที่สุด “ผู้พิชิตยอดเขาย่า”

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับพระตำหนักเขาค้อ ผมว่า พระตำหนักเขาค้อ เป็นอีกหนึ่ง สถานที่เที่ยว ที่น่าจะไปเที่ยวชมกันบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับ ไว้คราวหน้า จะพาไปดู “อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ” นะครับ

ปีก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวเพชรบูรณ์ ช่วงหน้าหนาวนี่แหละ พวกเราได้พักที่เขาค้อกัน ซึ่งเขาค้อถือเป็น สถานที่เที่ยว ที่ยอดนิยมช่วงฤดูหนาวก็ว่าได้ ทางผ่านก็เลยลองแวะชิมขนมจีน ซึ่งอยู่ริมทางนั่นเอง ร้านนี้คือ “ขนมจีนหล่มเก่า” (หม้อดิน) มาดูกันดีกว่าว่า มีหน้าตาอย่างไร เผื่อแวะไปชิมกันครับ Read More